ในน้ำมันมะพร้าวส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัว

น้ำมันมะพร้าว นับได้ว่าเป็น น้ำมันที่มีแคลอรี่ต่ำ(กว่าไม่มาก) อีกทั้งยังมีส่วนในการช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าน้ำมันประเภทนี้จะได้ชื่อว่าเป็นน้ำมันที่มีแคลอรี่ต่ำแต่ก็ยังมีปริมาณแคลอรี่อยู่ที่ 6.8 แคลอรีต่อกรัม ที่สูงกว่าแป้งและโปรตีนอยู่ดี ด้วยสาเหตุที่น้ำมันมะพร้าวนั้นช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักได้นั้น เพราะเมื่อกินน้ำมันมะพร้าวร่วมกับอาหารอย่างเหมาะสม จะทำให้รู้สึกอิ่มท้อง ไม่กระวนกระวายอยากกินอาหาร หรือขนมจุกจิกที่เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีนักของคนที่อ้วนทั้งหลายอยู่แล้ว ฉะนั้น หากจะให้สรุปถึงข้อดีของการนำน้ำมันมะพร้าวมาประกอบอาหาร หรือทำเป็นเครื่องดื่มก็พอสรุปได้ ดังนี้

ในน้ำมันมะพร้าวส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยกรดไขมันอิ่มตัวที่มีมากกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ นั่นหมายความว่า สายโซ่คาร์บอนได้จับกับไฮโดรเจนแบบครบแขน ทำให้ไม่เปิดช่องให้กับออกซิเจนเข้ามาทำปฏิกิริยาออกซิเดชั่นจึงไม่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ เมื่อเป็นไขมันที่แทบไม่เกิดอนุมูลอิสระเลยทำให้ไม่เกิดความเสื่อมของเซลล์ในร่างกายมนุษย์ได้
น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติอิ่มตัวมากที่สุดในโลก เมื่อโดนเข้ากับความร้อน ธาตุที่จับแขนกันก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้ออกซิเจนเข้าไปทำปฏิกิริยาให้เกิดโครงสร้างบิดตัวกลายเป็นไขมันทรานส์ได้ เป็นผลให้ไม่เกิดการอักเสบของหลอดเลือดซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดอุดตันและเป็นโรคหัวใจ
น้ำมันมะพร้าวมีองค์ประกอบเป็นกรดไขมันและไตรกลีเซอร์ไรด์สายโซ่ปานกลางมากที่สุด ช่วยการดูดซึมพลังงานแก่ตับทำได้เร็วขึ้น ใช้เวลาเพียง 1 – 2 ชั่วโมง โดยที่ไม่เหลือไขมันตกค้าง
น้ำมันมะพร้าวเป็นอาหารที่ให้แก่เซลล์ได้รวดเร็วมากโดยไม่ต้องพึ่งอินซูลิน มีความแตกต่างจากการที่ได้สารอาหารจากแป้ง หรือกลูโคสในน้ำตาล หรือจากกรดไขมันสายยาวชนิดอื่นๆ น้ำมันมะพร้าวจึงเหมาะกับการเป็นอาหารเสริมให้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานและกลุ่มโรคสมองเสื่อม (ความจำเสื่อม, พาร์กินสัน, ลมชัก, อัมพาต) รวมไปถึงโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศอีกด้วย โดยวิธีการบริโภคของผู้ป่วยที่เป็นโรคในกลุ่มดังกล่าว คือ งดแป้ง งดน้ำตาล และบริโภคน้ำมันมะพร้าวเสริมตามลำดับ
น้ำมันมะพร้าวช่วยกระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายมีการเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้สูงขึ้น อีกทั้งยังทำให้ร่างกายสามารถแปลงคอเรสเตอรอลไปเป็นฮอร์โมนเยื่อหุ้มเซลล์ และน้ำดีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ฉะนั้น ผู้ที่ดื่มน้ำมันมะพร้าวแทบทุกคนจะมีไลโปโปรตีนชนิดหนาแน่นสูง High Density Lipoprotein หรือ HDL (ไขมันประเภทดี) เพิ่มขึ้น เพราะอวัยวะอย่าง ตับ จะผลิต HDL เพื่อดึงคอเรสเตอรอล และ Low Density Lipoprotein หรือ LDL (ไขมันประเภทเลว) ส่งไปใช้งานที่ตับได้มากขึ้น
เมื่ออัตราการเผาผลาญสูงขึ้น ทำให้ลำไส้เคลื่อนได้เร็วขึ้น ระบบการขับถ่ายดีขึ้น ซึ่งในช่วงแรกๆ ของนักบริโภคมือใหม่ อาจต้องค่อยๆ ปรับระดับการบริโภคให้ทยอยเพิ่มขึ้นจากน้อยไปหามาก เพราะอาจจะเกิดมีอาการคล้ายท้องเสียขึ้นได้
ในน้ำมันมะพร้าวจะมี โมโนลอริน ซึ่งเป็นโมโนกลีเซอร์ไรด์ของกรดลอริก โมโนคาโปรอิน ซึ่งเป็นโมโนกลีเซอร์ไรด์ของกรดคาร์ปริลิก และโมโนคาปริลิน ของกรดคาปริก มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย, ไวรัส, เชื้อรา, ยีสต์, โปรโตซัว ที่ก่อให้เกิดโรค อีกทั้งยังกระตุ้นการผลิตเซลล์ในเม็ดเลือดขาวชนิด T เซลล์ น้ำมันมะพร้าวจึงเป็นน้ำมันที่ช่วยฆ่าเชื้อก่อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก และหากโมโนลอรินเกิดการฆ่าเชื้อในลำไส้ ร่างกายก็อาจจะต้องมีการขับถ่ายออกมาได้มาก
น้ำมันมะพร้าวมีสารต้านอนุมูลอิสระในรูปของ วิตามินอี สารฟีนอล และสารไฟโตสเตอรอล

Leave a Reply